Wednesday, February 11, 2015

ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ 96102 เป็นอย่างไร



สอบเสร็จแล้ว

แล้ววิชาแรกที่ฉันลงเรียนในโครงการสัมฤทธิบัตรของมสธ. ก็ผ่านพ้นไป วันสอบ (ซึ่งผ่านมาสองสามอาทิตย์แล้ว) ฉันไปถึงสนามสอบราว ๆ แปดโมง (เวลาสอบเริ่มเก้าโมงเช้า) กะว่าพอไปดูห้องสอบเรียบร้อยแล้วค่อยไปหาอะไรทาน

แต่พอไปดูที่บอร์ด ปรากฏว่าไม่ใช่ชื่อฉันอยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบของวิชานี้ เอาล่ะสิ เหงื่อตกเลยคราวนี้ ทั้ง ๆ ที่อากาศไม่ร้อน เหตุก็เป็นเพราะความสะเพร่าของฉันเอง โทษใครไม่ได้ ก็ต้องไปเขียนคำร้องขอเข้าห้องสอบสำรอง กว่าจะได้ก็คุยกับอาจารย์ที่ดูแลอยู่พักหนึ่ง เมื่อเสร็จแล้วก็เดินขึ้นไปดูห้องสอบที่อยู่ชั้นสอง กะว่าเสร็จแล้วค่อยลงมาหาอะไรทานอีกที กลับเป็นว่าอาจารย์ผู้คุมสอบให้เข้าไปในห้องสอบเลย ก็เลยไม่มีโอกาสไปหาแหล่งเติมพลังซะแล้ว ที่จริงฉันกินขนมปังมาจากที่บ้านนิดหน่อยแล้ว แต่คิดว่ามันไม่น่าจะอยู่ท้องไปได้สามชั่วโมงน่ะสิ ยิ่งต้องใช้สมองคิดเลขด้วย แต่ไม่มีทางเลือกแล้วนี่

ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์และสถิติสำหรับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ข้อสอบวิชานี้มี 75 ข้อ เป็นแบบตัวเลือกทั้งหมด ฉันพลิก ๆ ดูแล้วก็เริ่มลงมือทำ
ข้อสอบนั้นออกแบบตรงไปตรงมา ไม่ได้มีพลิกแพลงยุ่งยากอะไร เรียกได้ว่าถ้าทำโจทย์ในหนังสือเรียนและในแบบฝึกปฏิบัติประจำชุดวิชาได้ ก็ทำได้แน่นอน

ข้อสอบในส่วนคณิตศาสตร์นั้นมีประมาณ 40 กว่าข้อ รวมกับข้อสอบของส่วนสถิติอีก 30 กว่าข้อ (คงราวๆ นี้ ฉันไม่ได้ดูจำนวนข้อให้แน่ชัด) ก็เป็น 75 ข้อพอดี

ข้อสอบคณิตศาสตร์นั้นฉันทำไปได้เรื่อย ๆ ไม่รู้สึกว่าติดขัดอะไร แต่ข้อสอบสถิตินี่สิ ในช่วงหลัง ๆ ใกล้ ๆ สอบฉันอ่านหนังสือไม่ได้เต็มที่เท่าไหร่ เนื้อหาในส่วนสถิติก็เลยต้องอาศัยการข้ามไปบางส่วน เรียกได้ว่าอ่านบ้าง แต่ข้ามซะเยอะ เนื้อหาก็ไม่ใช่จะทำความเข้าใจง่าย ๆ ซะด้วย รวมความแล้วก็ไปวัดดวงเอาในห้องสอบนั่นแหละ

เนื้อหาในส่วนของสถิตินี้ถ้าใครอ่านมาแล้วทำโจทย์ในหนังสือได้และเข้าใจก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะข้อสอบเน้นความเข้าใจคอนเซปต์ ไม่ได้เน้นหนักไปทางคำนวณ ซึ่งอาจต้องใช้เวลามาก

เวลาในการสอบ 3 ชั่วโมง นั้นก็เหลือเฟือทีเดียว ใครที่ไม่เคยเรียนวิชานี้ ถ้าเกิดมาอ่านบล็อกนี้เข้า
ก็ขอให้สบายใจได้ ถ้าอ่านหนังสือเข้าใจทำโจทย์ได้ ก็สอบผ่านแน่นอน ไม่ต้องกลัวว่าเวลาสอบที่เขาให้จะน้อยไปหรือเปล่า เพราะพอเอาเข้าจริงแล้วกลายเป็นว่าเหลือเฟือ

สำหรับฉัน ตอนนี้ก็คงได้แต่รอว่าที่สอบไปนั้นจะผ่านหรือเปล่า

Wednesday, December 31, 2014

อ่านหนังสือไม่ทัน ทำยังไงดี

เผลอแผล็บเดียววันปีใหม่ก็เวียนมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงเป็นเหมือนอย่างฉัน คือรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน โดยเฉพาะในยามที่เราไม่ใส่ใจ ฉันลงเรียนสัมฤทธิบัตรในชุดวิชาคณิตศาสตร์และสถิติสำหรับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่เมื่อต้นเดือนกันยายน ก็รู้สึกว่ามีเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงวันสอบ (ปกติแล้วสัมฤทธิบัตรแต่ละรุ่นจะห่างกันราว 4 เดือน) เผลอแป๊บเดียวกลับปรากฏว่าเหลือเวลาอีกแค่สามอาทิตย์เท่านั้นก็จะถึงวันสอบแล้ว (24 ม.ค. 58)

ปัญหาก็คือฉันเพิ่งอ่านหนังสือไปได้ราว 9 หน่วยเท่านั้นเอง ยังเหลืออีกตั้ง 6 หน่วย (ซึ่งเป็นเรื่องสถิติทั้งหมด) ตอนแรกฉันไม่ได้กำหนดเวลาอ่านหนังสืออย่างจริงจังนัก คือกะไว้คร่าว ๆ ในใจว่าอาทิตย์นี้จะอ่านเรื่องนี้ ๆ และพอมีเวลาว่างก็อ่านและหาแบบฝึกหัดมาทำนอกเหนือจากในหนังสือเรียน แต่ดูเหมือนว่าการที่ฉันไม่กำหนดตารางเวลาอ่านหนังสือให้แน่นอนนั้น ทำให้การอ่านของฉันคืบหน้าไปได้น้อยกว่าที่ควรเป็น

มาถึงตอนนี้แล้วคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากจัดตารางเวลาอ่านหนังสือในช่วงเวลาที่เหลือให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้


Sunday, December 14, 2014

เครื่องมือที่ช่วยเราเรียนคณิตศาสตร์

ฉันรู้สึกว่าการเรียนคณิตศาสตร์ในปัจจุบันนี้นับว่าสะดวกกว่าสมัยก่อนมาก เพราะมีอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลหรือเครื่องมือ (tools) ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เราเรียนคณิตศาสตร์ได้ดียิ่งขึ้นอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายนิ้ว

เวลาเรียนเรื่องฟังก์ชั่นหรือภาคตัดกรวยนั้น ฉันพบว่าการฝึกวาดกราฟช่วยให้เรามองเห็นภาพและเข้าใจได้ดีขึ้น เวลาวาดกราฟก็เขียนลงไปในสมุดแบบฝึกหัดของเรานั่นแหละ ไม่ต้องไปหาสมุดกราฟมาใช้ให้ยุ่งยาก

ฉันขอแนะนำเว็บไซต์ https://www.desmos.com/calculator สำหรับฝึกหัดวาดกราฟ ซึ่งช่วยได้มากเวลาที่เราไม่อยากวาดกราฟเอง หรืออยากเปรียบเทียบกราฟหลาย ๆ อันในเวลาเดียวกัน แถมยังใช้ตรวจสอบได้ว่ากราฟที่เราวาดนั้นผิดหรือเปล่า

Wednesday, December 10, 2014

เคล็ดลับการเรียนคณิตศาสตร์ให้ประสบผล - หมั่นทำโจทย์ปัญหา

นอกจากการมีทัศนคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ การเรียนคณิตศาสตร์ให้ได้ดีก็คงต้องอาศัยความทุ่มเทเอาใจใส่และฝึกฝน


หมั่นทำโจทย์ปัญหา

 ตอนแรก ๆ ฉันทำโจทย์ปัญหาใส่กระดาษ A4 ที่ใช้แล้วหน้าเดียว ซึ่งที่บ้านมีเหลืออยู่เยอะแยะ แต่ปรากฏว่าไม่ได้เก็บรวบรวมให้เป็นระเบียบ บางแผ่นทำแล้วก็ไปวางไว้ตรงนี้บ้างตรงโน้นบ้าง ไม่นานก็หายไป เลยไปหาสมุดมาทำดีกว่า ซึ่งมีข้อดีคือเราสามารถดูทบทวนปัญหาเก่า ๆ ที่เราเคยทำไปแล้วได้สะดวก

เวลาทำโจทย์นั้น ฉันจะลอกข้อมูลสำคัญของโจทย์แต่ละข้อลงในสมุดแบบฝึกหัดด้วย ไม่จำเป็นต้องลอกโจทย์จากหนังสือทุกตัวอักษร เอาส่วนที่สำคัญชนิดที่ว่าถ้าเรามาอ่านทวนแล้ว มองปราดเดียวก็รู้ได้ว่าโจทย์ถามอะไร และต้องคิดหาคำตอบอย่างไร จากนั้นก็เขียนวิธีทำ นึกเสียว่าเป็นการสอบจริง คือต้องไม่แอบเปิดดูเฉลย ทำได้เท่าไหนก็เท่านั้น แต่พยายามให้ได้คำตอบออกมาให้ได้ ผิดก็ไม่เป็นไร แถมบางทียังเขียนคอมเมนต์ลงไปด้วย เช่นว่า ตรงนี้ยากจัง หรือ ใช้สูตรนี้ใช่หรือเปล่า

จากนั้นก็ดูเฉลย แม้ว่าเราจะได้คำตอบตรงกับเฉลย แต่ก็อย่าลืมดูวิธีทำของเฉลยด้วย (ถ้ามี) เผื่อว่าคิดด้วยวิธีคนละอย่างกับเรา เราจะได้เปรียบเทียบได้ว่าวิธีไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ถ้าคำตอบของเราผิดก็ดูเฉลยว่าเขาคิดอย่างไร เขียนคอมเมนต์ลงไปในสมุดเลยว่าเราทำผิดตรงไหน ต้องคิดอย่างไรจึงจะหาคำตอบที่ถูกได้

บางทีฉันเอาโจทย์ปัญหาที่เคยทำแล้วมาเปิดดู ก็จะได้เห็นความก้าวหน้าของตัวเองด้วย หรือบางทีก็ช่วยให้เห็นว่าที่เราทำผิดนั้น มันผิดอย่างไร เช่น คำนวณเลขผิด หรือจำสูตรผิด ใช้วิธีผิด

Tuesday, December 9, 2014

ทัศนคติที่ดีในการเรียนคณิตศาสตร์





ตอนเรียนเลขตอนเด็ก ๆ นั้น ฉันก็เรียนไปได้เรื่อย ๆ และได้คะแนนดีพอสมควร แต่ต้องยอมรับว่า
ฉันไม่ได้มองในภาพรวมกว้าง ๆ ของวิชาและความเกี่ยวข้องของคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน หรือในศาสตร์แขนงอื่น ๆ เท่าไหร่ เรียกได้ว่าเห็นโจทย์ก็ทำดะ ว่างั้นเถอะ แต่ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งนัก

แต่เมื่อมาลงเรียนวิชานี้ของมสธ. เป้าหมายของฉันคือเพื่อเอาความรู้ ฉันรู้สึกว่าตนเองมองเห็นอะไรชัดเจนขึ้น รู้สึกสนุกกับการเรียนเลขมากขึ้น (แม้สมองจะไม่วิ่งปรู๊ดปร๊าดเหมือนตอนเด็ก ๆ)

เท่าที่คุยกับเพื่อนที่ไม่ชอบเรียนเลข หรือที่เข้าขั้นเกลียดเลยนั้น รู้สึกว่าส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์ไม่ดี
กับการเรียนเลขในตอนเด็ก คือเรียนแล้วไม่เข้าใจ พอทำการบ้านทำไม่ได้ ทำผิดก็ถูกครูหรือพ่อแม่ผู้ปกครองดุว่า คราวนี้เลยมีความฝังใจเลยว่าไม่ชอบเลข ซึ่งน่าเสียดายมากทีเดียว

คิดบวก


จากประสบการณ์ฉันเอง และเท่าที่ได้อ่านจากหนังสือหรือเว็บไซต์ต่าง ๆ มานั้น จะเรียนคณิตศาสตร์ให้ดี
ต้องมีทัศนคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์เสียก่อน อย่าไปคิดว่าเราโง่ เราไม่เก่ง เรียนไม่ได้หรอก ถ้าคิดอย่างนั้นก็คงต้องเรียกว่าแพ้ตั้งแต่ในมุ้งแล้ว

หากอ่านหนังสือเรียนในเรื่องไหนแล้วไม่เข้าใจ ก็ไปหาตำราเล่มอื่นอ่าน หรือหาอ่านเอาจาก
อินเตอร์เน็ต หรือดูคลิปในยูทูบที่มีคนสอนเรื่องนั้น ๆ ไว้ ทางเลือกมีมากมายอยู่ที่ว่าเราจะขวนขวาย
เรียนรู้ให้เข้าใจหรือจะยอมแพ้



Saturday, December 6, 2014

หากอ่านหนังสือแล้วยังไม่เข้าใจ

หากเพื่อน ๆ ชาวมสธ. อ่านหนังสือประกอบชุดวิชานี้แล้วยังไม่เข้าใจ ก็อย่าเพิ่งถอดใจหรือคิดไปว่าตัวเองนั้นโง่เรื่องเลข คงเรียนไม่ได้หรอก ถ้าคำอธิบายในหนังสือเล่มที่เราอ่านยากไป หรือละเอียดไม่พอ เราก็หาคำอธิบายจากหนังสือเล่มอื่น หรือแหล่งอื่น ๆ ได้

สำหรับวิชานี้นั้นมีคำบรรยายในรูปคลิปวิดีโอที่มีผู้โพสต์ไว้ที่ youtube ด้วย

บทที่ 1

ซึ่งอาจทำให้เราเข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น

หากต้องการหาแบบฝึกหัดทำเพิ่มเติม ฉันขอแนะนำเว็บไซต์ myfirstbrain.com
ซึ่งมีคำอธิบายหัวข้อต่าง ๆ สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ (และวิชาอื่น ๆ) ตั้งแต่ระดับประถม
ไปจนถึงระดับมัธยมปลาย (อย่าลืมว่าหัวข้อที่เราเรียนในวิชานี้ ก็เป็นหัวข้อที่นักเรียน
คณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายเรียนนั่นเอง) และแบบฝึกหัดให้ฝึกทำ

จากประสบการณ์ของฉัน เราต้องหมั่นฝึกฝนทำแบบฝึกหัดหัวข้อที่เรียนมาแล้วอย่างน้อย
5-10 ข้อ ทุก ๆ สัปดาห์ ฉันเองบางทีขี้เกียจ เห็นว่าเรื่องบางเรื่องเราอ่านเข้าใจมาแล้ว ทำแบบฝึกหัดได้แล้ว ก็ไม่ได้ทำแบบฝึกหัดเรื่องนั้นอีก เพราะมัวไปมุ่งอยู่กับหัวข้อใหม่ ๆ ปล่อยเวลาผ่านไป 3-4 สัปดาห์
พอจะย้อนกลับไปทำอีก ต้องเสียเวลานึกอยู่ครู่ใหญ่ว่าเอ๊ะ ต้องใช้วิธีไหน ใช้สูตรอะไร

พอหลังจากนั้นแล้ว ฉันเลยพยายามทำแบบฝึกหัดหัวข้อที่เรียนผ่านไปแล้วอยู่เรื่อย ๆ


Monday, December 1, 2014

กิจกรรมประจำชุดวิชา 96102

คะแนนเก็บ

ชุดวิชานี้มีกิจกรรมประจำชุดวิชาให้ทำเก็บคะแนนด้วย (20 คะแนน) โดยเราจะทำหรือไม่ทำก็ได้
หากทำก็จะได้คะแนนในส่วนนี้ 20 คะแนน และนำไปรวมกับคะแนนสอบอีก 80 คะแนน
หากไม่ทำก็ไปคิดคะแนนสอบทีเดียว 100 คะแนน


สำหรับเทอมนี้กำหนดเส้นตายสำหรับส่งกิจกรรมนั้นผ่านพ้นไปแล้ว แต่เราก็ยังสามารถดาวน์โหลด
กิจกรรมมาทำเพื่อฝึกฝนได้ (รวมทั้งกิจกรรมของเทอมก่อน ๆ ที่ผ่านมาแล้ว)
 

เทอม 1/2557


เทอม 2/2556


เทอม 1/2556



เพิ่มเติม: ฉันเพิ่งทราบจะหน้าเว็บบอร์ดของมสธ. ว่ากิจกรรมประจำชุดวิชานั้นสำหรับผู้ลงเรียนมสธ. ในภาคปกติเท่านั้น ส่วนผู้ลงเรียนสัมฤทธิบัตรนั้นไม่มีสิทธิจะทำกิจกรรมเพื่อเป็นคะแนนเก็บ แต่ก็ยังอาจดาวน์โหลดกิจกรรมมาทำเพื่อเป็นการฝึกฝนได้